ตอนนี้เรียนมาจบเทอมแล้ว
หมดเวลาสนุกแล้วสิ
ถึงเวลาสรุปบล็อก
จากที่เขียนไว้ในบล็อกแรก
การเขียนบล็อกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นของ Melonade
สิ่งที่ Melonade อยากพัฒนามีดังต่อไปนี้
・คลังคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
・การเลือกใช้ภาษา
เอาจริงๆตอนเขียนไม่ได้นึกถึงจุดประสงค์มากเท่าไหร่ ตอนเขียนมีคติว่าอยากเขียนอะไรแบบไหนก็จะเขียน55555 เลยทำให้บล็อกทั้งหมดประกอบไปด้วย
💛 บล็อกที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนในคาบApplied Japanese Linguistics 3 บล็อก
(ได้แก่บล็อกหมายเลข 01 02 05)
💛 บล็อกที่มาจากแรงบันดาลใจจากเนื้อหาในคาบข้างบน 2 บล็อก
(ได้แก่บล็อกหมายเลข 06 08)
💛 บล็อกที่อยู่ๆก็อยากเขียน 4 บล็อก
(ได้แก่บล็อกหมายเลข 03 04 07 09)
(⋈◍>◡<◍)。✧♡
แล้วเขียนได้ตามจุดประสงค์หรือเปล่า?
—————————————————ได้สิ!———————————————————
❤ ด้านคลังคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
บล็อกนี้ไม่ได้เขียนคำศัพท์หรือนำเสนอคำศัพท์มากเท่าไหร่ แต่ขอแอบโกงว่าด้านนี้บรรลุตามเป้าได้เพราะบล็อกของเพื่อนๆ! ระหว่างการเขียนบล็อกของตัวเองก็ได้ไปสำรวจบล็อกคนอื่นมาเยอะแยะ แล้วก็พบว่าเพื่อนๆหลายคนนอกจากจะมีบล็อกที่อธิบายเนื้อหาเป็นเรื่องๆไปแล้วยังมีอีกหลายบล็อกที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์ในแวดวงต่างๆที่เราไม่ได้อยู่ อ่านไปก็ได้ความรู้ไปด้วย
นอกจากการแอบโกงที่ว่าแล้ว ข้อนี้ยังบรรลุผลได้ด้วยการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างทางในการหาข้อมูลมาเขียนบล็อก และจากการเรียนคำศัพท์ในคาบเรียนจากเรื่องต่างๆ ที่ได้มามากๆสำหรับMelonadeเห็นจะเป็นวิธีการเขียน/พูดให้ดูชาญฉลาด และ空想作文(ที่ก็ได้มาจากการอ่านงานของคนอื่นอีกเช่นกัน)
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่รู้จริงๆว่าคลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นมากี่คำ แต่大満足
❤ ด้านการเลือกใช้ภาษา
ตอนแรกไม่ได้อธิบายไว้ แต่หมายถึงการเลือกใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกบริบท ไวยากรณ์ และเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งก็บรรลุตามเป้าหมาย จากการเรียน(รับฟีดแบ็ค)ในคาบเป็นส่วนใหญ่(โกงอีกแล้ว) และจากการเอาเรื่องที่เรียนในคาบมาเขียนบล็อก เพราะได้ทบทวนสิ่งที่เรียนไปในตัวพร้อมๆกับฝึกการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะเขียน
สำหรับตนเองเห็นเด่นชัดมากจากการทำกิจกรรมเรื่องGapทางภาษาและการเขียนบล็อกหมายเลข06 เพราะคิดว่าการได้รู้ว่าเราทำอะไรไม่ได้ก่อนแล้วได้ลองทำไปเลย(pushed output) ทำให้เราสนใจการใช้ภาษาที่ถูกต้องของชาวญี่ปุ่นมากขึ้นกว่าการที่อยู่ๆก็ได้อ่านเนื้อภาษาของชาวญี่ปุ่นเลย พอได้ลองทำดูแล้วได้เรียนเรื่องนี้เลยทำให้เราตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้หรือทำผิดซ้ำๆได้อย่างชัดเจน
ได้อะไรบ้างจากการเขียนบล็อก
เนื่องจากวิชาApp Jp Lingเป็นวิชาแรกที่ทำให้เราได้เขียนบล็อก นอกจากการเรียนแล้วเลยยังทำให้ได้ลองทำอะไรๆที่อยากลองเยอะมากกก
ความรู้ที่ได้จากห้องเรียนก็น่าจะคล้ายกับคนอื่นๆ เช่นเรื่องSLA ทฤษฎีการเรียนรู้ภาษา และวิธีประยุกต์ใช้ต่างๆ ตรงนี้เลยอยากจะเน้นสิ่งที่คิดว่าสำหรับตัวเองได้ฝึก/พัฒนา/ความรู้(น่าจะ)ต่างจากคนอื่นมากกว่า(สิ่งที่อยากทำและได้ทำแล้ว 55555)
★ การจัดระเบียบความคิด
เพื่อจะเขียนบล็อกให้คนอื่นอ่านเข้าใจง่าย
เรื่องง่ายๆ(?)อย่างการจัดระเบียบความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียน
หรือการเรียบเรียงเนื้อหาสำหรับคนอื่นนี่ เมื่อก่อนสำหรับเรามันไม่ง่ายเลย
เพราะวิธีที่เราเรียบเรียงให้ตัวเองเข้าใจกับคนอื่นเข้าใจไม่เหมือนกัน
คิดว่าเหมือนเทคนิคการจดโน้ตของแต่ละคน ก็จะมีโน้ตที่เราจดไว้ดูเอง(คนอื่นอ่านไม่รู้เรื่อง) และโน้ตที่เราแจกเพื่อนได้ พอได้ลองเขียนบล็อก(บล็อกนี้บล็อกแรก)ก็ทำให้เราเหมือนได้ฝึกเขียนอะไรให้คนอื่นเข้าใจ ได้ฝึกคิดจะทำยังไงให้เราเล่าเนื้อหาที่เรามีให้คนอื่นอ่านแล้วรู้เรื่อง ไม่หงุดหงิด จะคิดถึงผู้อื่นยังไงดี
ในบล็อกนี้เลยได้ฝึกใช้หลายๆวิธีที่เขาบอกกัน(ใครก็ไม่รู้บอก) เช่น การยกตัวอย่าง เขาว่ากันว่าถ้าไม่รู้จะอธิบายเรื่องบางอย่างยังไงให้ลองฝึกยกตัวอย่างเป็นอย่างอื่นดู การเขียนเริ่มจากสิ่งที่อยากจะบอกที่สุดก่อนแล้วค่อยๆอธิบายให้กลับไปจบที่จุดเริ่มต้น เพื่อลดความหงุดหงิดจากความขาดการเชื่อมโยง การเขียนเข้าเรื่องไปเลยให้กระชับเพื่อไม่ให้ผู้อ่านหลุด และอื่นๆ
ทั้งหมดเพื่อลองให้หัวได้ใช้วิธีคิดใหม่ๆในการจัดการข้อมูล คิดว่ามันน่าจะเป็นระเบียบมากขึ้น พอถ่ายทอดได้ดีขึ้นคนอ่านน่าจะงงน้อยลง55555
เพราะการจัดระเบียบนี่มันยากจริงๆเลย!
สำหรับเราคิดว่าได้พัฒนาขึ้นในระดับหนึ่ง แม้ยังห่างไกลจากความเซียนแต่ก็大満足
★ การนำเสนอ
เรื่องlayoutหรือการตกแต่งอะไรทั้งหลายนั่นเอาไว้ก่อน (กำลังเรียนรู้)
เพราะMelonadeอยากลองใช้ การเขียน เป็นพระเอกในการนำเสนอ (กำลังทดลอง)
ที่จริงข้อนี้ก็คล้ายๆกับข้อข้างบน
เป็นฤกษ์ที่ดีที่ได้เขียนบล็อกนี้ ช่วงเขียนบล็อกแรกๆมีแรงอยากลองเขียนแบบgender-neutralมาก (ภาษาข่าว?ภาษาบทความ) แบบที่ไม่ต้องมีครับหรือค่ะ แบบที่สรรพนามแทนผู้เขียนไม่ได้บ่งบอกเพศของผู้เขียน เพราะตอนนั้นรู้สึกว่ามันเท่และมีเสน่ห์5555555 ก็เลยลองเขียนไปเลย! ไม่ได้ศึกษาอะไรทั้งนั้น55555 แล้วก็ค้นพบว่ามันยากมากกกกก เพราะมันเขียนแล้วเหนื่อยยังไงไม่รู้ มันต้องไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึกมาก และหลายๆอย่างซึ่งก็ยังไม่ได้ศึกษาว่าเขาทำยังไงกัน(แม้จะเคยเรียนการเขียนสารคดีมาในวิชาเรียนตอนปี3ก็ลืมไปหมดแล้ว) สรรพนามแทนตัวMelonadeเลยไม่ค่อยเหมือนกันเลยในแต่ละบล็อก55555 บางบล็อกก็ยอมแพ้ แล้วไปเลียนแบบวิธีเขียนของคนอื่นไปเลย(บล็อกนั้นคือบล็อก09 ถ้าเคยอ่านสิ่งที่Melonadeอ่านก็จะรู้ว่าไปเลียนแบบที่ไหนมา)
ได้เข้าใจแล้วว่ามันไม่มีวิธีเขียนไหนที่เหมาะกับงานเขียนทุกประเภท
ก็เหมือนการเลือกแป้งทำขนม ตอนทานขนมเค้กของคนอื่นแล้วรู้สึกว่าอร่อย อร่อยกว่าขนมชั้น ขนมทองหยิบทองหยอดที่เคยทานมาทั้งหมด คนที่ทำขนมเค้กบอกว่าอร่อยก็เพราะใช้แป้งเค้กทำน่ะสิ! ก็เลยคิดไปว่าขนมที่ทำจากแป้งเค้กจะต้องอร่อยทั้งหมดแน่ๆ เลยลองใช้แป้งเค้กทำขนมทุกอย่างเลย บัวลอยเอย ขนมชั้นเอย แต่มันไม่อร่อย แค่เทียบกับแบบที่เคยทานแล้วคิดว่าไม่อร่อยยังไม่ติดเลย เลยได้รู้ว่าเอาแป้งมันแป้งข้าวจ้าวทำขนมเดิมๆนั่นแหละดีแล้ว แป้งเค้กก็ทำพวกเค้กๆไป ถูกๆผิดๆไปเรื่อยๆ ดูสูตรคนอื่นมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาถึงวันที่เดินตลาดอยู่ดีๆก็เจอขนมชั้นที่อร่อย
เห้ย! ขนมชั้นมันก็อร่อยในแบบของมันได้นิ! แป้งมันแป้งข้าวจ้าวแป้งข้าวโพดพวกนี้ก็ทำของอร่อยได้นิ! เราแค่ไม่เคยเจอที่คนทำแล้วอร่อยๆเฉยๆ แต่มันมีนิ ที่อร่อยๆ ถ้าเราฝึกทำไปเรื่อยๆ จะแป้งอะไรก็อร่อยได้! แต่ไม่มีแป้งไหนทำขนมได้อร่อยไปทุกอย่างหรอก
Gender-neutralที่ว่าเท่ จริงๆแบบอื่นก็มีที่สุดยอดเท่อยู่นะ!
(ขอพื้นที่ความแถแต่เพียงเท่านี้ละกัน 5555)
นอกจากการเขียนแล้ว
อย่างบล็อกหมายเลข10นี้กำลังลองใช้spacingให้อ่านง่ายแบบในหนังสือ(เป็นสับเซตของเทคนิคที่นักเรียนเรียกกันว่าการเขียนเพิ่มvolume 5555) เพราะวันก่อนไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้spacingเยอะๆมา แล้วรู้สึกว่าเขาถ่ายทอดเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อได้ดีเลย โดยไม่ต้องเน้นตัวหนาหรือเน้นข้อความด้วยสีเลย เท่จัง
ก็กำลังค่อยๆพัฒนานะ
★ การค้นคว้าเพิ่มเติม
ตามนี้เลย ข้อมูลนั้นจัดการยาก
ได้ฝึกอ่านจากหลายๆที่ในระดับที่เราจัดการได้ แล้วเอามานวดๆรวมกัน อบออกมาเป็นบทความของตัวเอง เค็มไปบ้างหวานไปบ้าง ฝึกไปเรื่อยๆเดี๋ยวคงอร่อย ที่ผ่านมาเอาจริงๆถ้าต้องเขียนแล้สค้นคว้าอะไรจะเคยเขียนแต่รายงาน ต้องเป็นแพทเทิร์นรายงาน การนำเสนอแบบรายงาน คราวนี้ได้ลองค้นคว้าแล้วเอามาเขียนแบบอื่นดูเลยได้ขยับขยายวิธีคิดของตัวเองต่อหลายๆเรื่อง
★ การทบทวนสิ่งที่เรียนมาในห้อง-ย้อนดูตนเอง
ข้อนี้ก็เหมือนกับทุกๆคน
ครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่เขียนเป็นเรื่องที่เกี่ยวโดยตรงไม่ก็ทางอ้อมกับวิชา App Jp Ling
การจะเอามาปรับเขียนเป็นบล็อกก็เป็นวิธีที่ดีมากๆ ต้องมีระเบียบในการทบทวน
แทบทุกสัปดาห์ที่มีงาน ได้ย้อนดูงานตัวเองเรื่อยๆ รู้จุดที่ตัวเองไม่แข็งแรง บางครั้งได้ดูงานเพื่อนก็ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคนอื่นด้วย ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
สรุป
จากตอนนั้น(เริ่มเรียน เริ่มเขียน)เป็นต้นมาได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก แต่ต่างจากการเรียนรู้แบบที่เคยทำมาคือแบบนี้เหมือนเป็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นมากกว่า
พอเรียนในห้องมีทฤษฎี ก็ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง มีกิจกรรมให้ทำ ก็ได้ดูว่าเพื่อนๆทำอะไรกันยังไง งานของคนอื่นเป็นยังไง มีบล็อกให้เขียน ก็ได้เขียนที่อยากเขียน ก็ได้อ่านของเพื่อนๆ การเรียนรู้ของตัวเองกับของเพื่อนๆ พอทุกคนเอามาเขียนบล็อกแล้ว
มันก็กลายเป็นความรู้ของทุกคน
เรื่องในห้องที่เราไม่ได้ค้นเพิ่ม ก็จะมีใครสักคนค้นมาแล้วเขียนบล็อกให้อ่าน
เรื่องบางเรื่องที่เราไม่เคยสนใจ ก็มีใครสักคนพูดถึงในบล็อก ทำให้เราสนใจขึ้นมา
เรื่องที่ไม่เคยรู้ ก็มีคนเอาไปย่อยให้อ่าน ได้รู้อีกเยอะแยะ
พอเป็นแบบนี้ ก็ได้เลยรับความรู้เร็วขึ้นอีกเป็นหลายเท่า
ตอนนี้เลยรู้สึกว่ากิจกรรมรูปแบบนี้(การเขียนบล็อก)น่าสนใจจริงๆ
ถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าเน้นเรื่องบล็อกคนอื่นเยอะจัง55555
แต่印象คืออย่างนั้นจริงๆ เป็นการเรียนรู้ที่หลากหลายมากเลย เพิ่งเคยทำ
การเขียนบล็อก ในห้องอาจารย์จะเน้นเรื่องการคิดถึงผู้อื่นกับการขัดเกลาตนเอง
เราในฐานะobserver รู้สึกว่ามันบรรลุผลมากๆ รู้สึกได้ประโยชน์ ได้แรงบันดาลใจ
ในฐานะplayer ก็สนุกและได้ความรู้ ได้ความท้าทาย ได้ลองๆๆ
ได้จุดประกายให้อยากเอาสิ่งที่ไม่เคยได้ลองทำมาลองทำ อยากหาความรู้ใหม่ๆ
มากกว่าตัวเองคนเก่า
大満足!
ขอบคุณประสบการณ์นี้จริงๆ!
ขอบคุณผู้อ่านและทุกๆคน!
―――
รักทุกคน😀
ไม่พูดเยอะ เขิน









